Last updated: 24 มี.ค. 2568 | 63 จำนวนผู้เข้าชม |
"หลุมสิวลึกแค่ไหน? ไขปริศนาความลึกของแผลเป็นกับเทคนิคการรักษาเฉพาะบุคคล"
ความลึกของหลุมสิวมีผลโดยตรงต่อการเลือกวิธีรักษา เพราะไม่ใช่ว่าทุกหลุมสิวจะตอบสนองต่อการรักษาแบบเดียวกัน การเข้าใจชั้นผิวและประเภทของแผลเป็นสามารถช่วยให้คุณเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุด และได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการฟื้นฟูผิว
ประเภทของหลุมสิว แบ่งตามความลึกของแผลเป็น
หลุมสิวสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักตามโครงสร้างผิวและระดับความลึกของรอยแผล
1. Ice Pick Scars (หลุมสิวลึก แคบ และเป็นทรงกรวย)
2. Boxcar Scars (หลุมสิวขอบชัด รูปทรงสี่เหลี่ยม)
3. Rolling Scars (หลุมสิวขนาดใหญ่ ขอบมน ผิวเป็นคลื่น)
> อ้างอิงการศึกษา:
*Karsai et al. (2018) รายงานว่าหลุมสิวที่มีพังผืดดึงรั้ง (เช่น Rolling Scars) มีโอกาสตอบสนองต่อการรักษาแบบ Subcision ได้ดีกว่าการใช้เลเซอร์เพียงอย่างเดียว
*Rathi et al. (2021) พบว่า TCA Cross สามารถช่วยให้ Ice Pick Scars ตื้นขึ้นได้ถึง 70% ภายใน 3-6 เดือน
วิธีการวัดความลึกของหลุมสิว: ทำไมต้องรู้ก่อนรักษา?
1. การวัดด้วยเครื่องมือวิเคราะห์ผิว (3D Imaging & Dermascope)
เครื่องมืออย่าง Visia Skin Analysis และ Confocal Microscopy ใช้ตรวจวัดความลึกของแผลเป็นแบบละเอียด
2. การวัดโดยแพทย์เฉพาะทาง
ใช้วิธี Stretch Test หรือ Pinch Test เพื่อตรวจสอบว่าหลุมสิวมีพังผืดดึงรั้งมากแค่ไหน
3. การตรวจสอบจากภาพถ่าย (Before-After Analysis)
เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงของผิวก่อน-หลังการรักษา เพื่อประเมินผลลัพธ์
เทคนิคการรักษาเฉพาะบุคคล ตามระดับความลึกของหลุมสิว
> หมายเหตุ:
การเลือกเทคนิคขึ้นอยู่กับ ระดับความลึกและสภาพผิวของแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุด
สรุป: ทำไมต้องรู้ความลึกของหลุมสิวก่อนรักษา?
การรักษาหลุมสิวที่ได้ผลดีที่สุด ต้องอาศัยความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับโครงสร้างผิว เพราะหลุมสิวแต่ละแบบมีความลึกและโครงสร้างที่แตกต่างกัน การเลือกวิธีรักษาที่ถูกต้องจะช่วยให้ผิวฟื้นฟูเร็วขึ้นและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
หากคุณกำลังมองหาวิธีแก้ไขปัญหาหลุมสิว ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์เฉพาะทาง เพื่อให้แน่ใจว่าได้รับการรักษาที่เหมาะสมกับระดับความลึกของแผลเป็นของคุณเอง
โปรแกรมเด่นที่ Realclinic สำหรับหลุมสิว: Real Scar Synergy และ Juvgen 1. Real Scar Synergy: คือ โปรแกรมรักษาหลุมสิวที่ออกแบบขึ้นโดย Dr.Ramita ซึ่งเน้นการรักษาโดยวิธีหัตถการแพทย์เป็นหลัก (Non-Energy Based Acne Scar Revision) ด้วยเทคนิคของ Dr.Ramita ผสมผสานหลายวิธีการรักษาหลุมสิว เสริมด้วยการฉีดสารฟื้นฟู ร่วมกับฉีดก๊าซเข้าไปตัดพังผืดและไปกระตุ้นเนื้อเยื่อคอลลาเจนใต้ผิว ทำให้เกิด Skin Regeneration ฟื้นฟูหลุมสิวด้วยคอลลาเจนของตัวเราเอง เพิ่มเติมด้วยสารฟื้นบำรุงช่วยปรับปรุงคุณภาพผิว เพื่อเสริมประสิทธิภาพการรักษาให้เห็นผลเร็วยิ่งขึ้น ลดการบวมช้ำ พักหน้าน้อยลง
คลิก อ่านข้อมูลเพิ่มเติม
2. Juvgen คือการรักษาหลุมสิวที่ คุณหมอรมิตา ได้รับการถ่ายทอดโดยตรงจาก Dr. Jin Se-hun (ดร.จิน ) การรักษานี้มุ่งเน้นการกระตุ้นคอลลาเจนการ ฟื้นฟูผิวหนังด้วยตัวเอง โดยใช้การฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Co2) และกรดไฮยาลูโรนิกอนุภาคเล็ก (Hyaluronic Acid) เข้าสู่ชั้นหนังแท้บริเวณที่มีปัญหา เช่น หลุมสิว ริ้วรอยร่องลึก หรือแผลเป็นเนื้อผิวยุบตัว กระบวนการนี้จะช่วยสร้างเนื้อเยื่อผิวคอลลาเจนในปริมาณมากให้ขึ้นมามาทดแทนผิวหนังที่เคยยุบเป็นหลุม ให้สามารถฟูตัวขึ้นมา ช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ เนื้อเยื่อใหม่ โดยไม่ทำลายโครงสร้างผิวหนัง หลังการรักษาประมาณ 3-5 วัน จะสังเกตเห็นการยกตัวของเนื้อเยื่อคอลลาเจนใหม่ที่ขึ้นมาช่วยลดเลือนแผลเป็นหลุมสิวความไม่เรียบเนียนของผิว
คลิกอ่านข้อมูลเพิ่มเติม
3. เลเซอร์เกลี่ยขอบหลุมสิว
17 ก.พ. 2568